เมื่อลูกน้อยปวดฟัน เจ็บเหงือก หรือมีปัญหาในช่องปาก สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ อย่าพาไปคลินิกทำฟันไหนก็ได้ แต่ควรพาไปพบหมอฟันเด็กโดยตรง เพราะไม่ใช่ทุกที่ที่จะดูแลรักษาฟันของเด็กได้ตรงจุด บทความนี้จะพาไปเจาะลึก 5 เหตุผล ว่าทำไม…ถึงควรพาลูกไปพบหมอฟันเด็กเท่านั้น 1. หมอฟันเด็กสำเร็จการศึกษามาเฉพาะทางด้านฟันเด็ก คนที่จะมาเป็นหมอฟันเด็ก หรือทันตแพทย์เด็กได้นั้น คือบัณฑิตที่เรียนจบจากหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และมีการไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านทันตกรรมสำหรับเด็ก จึงทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการตรวจ วินิจฉัย รวมถึงการดูแลรักษาโรคในช่องปากและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงสามารถดูแลรักษาฟันและปัญหาช่องปากของลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม เมื่อเทียบกับหมอฟันทั่วไป ที่อาจคุ้นเคยกับสรีระของผู้ใหญ่มากกว่า 2. หมอฟันเด็กมีประสบการณ์การทำงานเป็นเวลานาน นอกจากนั้น ก่อนจะมาเป็นหมอฟันเด็กมืออาชีพ หมอฟันจะมีการฝึกประสบการณ์ในการทำฟันมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีช่วงชั้นปีที่ 4 ไปจนถึงปีที่ 6 โดยเริ่มจากการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านทันตกรรมเบื้องต้นตามคลินิก และฝึกปฏิบัติงานภาคสนามทางทันตกรรมชุมชน ตลอดจนการฝึกฝนฝีมือในช่วงเรียนต่อเฉพาะทาง ที่ต้องฝึกฝนกับเคสผู้ป่วยเด็กในรูปแบบต่างๆ มานับครั้งไม่ถ้วน จึงทำให้มีทักษะการทำงานที่พร้อมดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี 3. หมอฟันเด็กมีหลักจิตวิทยาในการพูดคุยเพื่อไม่ให้เด็กกลัวการทำฟัน ในหลักสูตรการเรียนของหมอฟันเด็ก หมอฟันเด็กทุกคนจะได้เรียนรู้วิชาจิตวิทยาสำหรับเด็กด้วย เพราะเด็กเป็นวัยที่มักจะกลัวสิ่งแปลกปลอม และกลัวคนแปลกหน้าได้ง่าย โดยเฉพาะกับหมอฟันที่มักจะทำให้เขารู้สึกเจ็บได้ง่ายๆ คนเป็นหมอฟันเด็กจึงจะมีทักษะพิเศษที่สามารถพูดคุยให้เด็กใจเย็น ไม่กลัวการพบหมอ และไม่ต่อต้านการดูแลรักษาได้ 4. หมอฟันเด็กสื่อสารกับผู้ปกครองได้อย่างเข้าใจและตรงจุด …
5 เหตุผลที่ควรพาลูกไปพบหมอฟันเด็ก
