
ภาวะเด็กตาเหล่คืออาการที่ตาดำไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม อย่างเช่นเวลามองตรงโดยปกติตาดำจะอยู่ระหว่างกลางตาขาว แต่ในสภาวะนี้ตาดำจะอยู่ผิดจากตำแหน่งโดยธรรมชาติ โดยตาดำมีการเบนออกข้างใดข้างหนึ่งหรือเบนเข้าหากันทั้งสองข้าง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพภายนอกได้ และยังส่งผลต่อการมองเห็นของผู้ที่มีภาวะตาเหล่เองด้วย อาการตาเหล่อาจไม่ได้ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่ก็สามารถสร้างความกังวลใจและความรำคาญได้ เนื่องจากการมองที่มีปัญหาในการโฟกัสสิ่งตรงหน้า บางกรณีต้องปิดตาข้างใดข้างหนึ่งเพื่อให้อีกข้างสามารถโฟกัสได้ถูกจุด เป็นต้น
ภาวะเด็กตาเหล่ มีสาเหตุและปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดอาการตาเหล่หรือตาเขในเด็ก
- เส้นประสาทที่ตาเป็นอัมพาท ส่งผลทำให้ดวงตาเกิดการทำงานที่ผิดปกติ
- เกิดการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อบริเวณดวงตา
- ในวัยเด็กมีการใช้สายตาที่มากเกินไป จ้องโฟกัสที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ ตาดำจึงมีการเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้
- เด็กที่เป็นตั้งแต่กำเนิดหรือส่งต่อทางกรรมพันธุ์
- เกิดกับเด็กที่มีโรคทางตา และหลังจากนั้นส่งผลต่อจอประสาทตาเลยทำให้เกิดอาการตาเหล่
ภาวะกลุ่มนี้หรืออาการตาเหล่ยังไม่ได้รับการยืนยันถึงสาเหตุที่แน่ชัด เนื่องจากยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าแท้จริงแล้วอาการนี้เกิดจากอะไร ซึ่งผู้ที่มีอาการนี้ก็มีสาเหตุที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยด้วยเช่นกัน
ผลกระทบของภาวะเด็กตาเหล่มีผลอย่างไรต่อการพัฒนาการมองเห็น
เด็กตาเหล่มักมีการใช้งานดวงตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน มีการใช้งานดวงตาข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า จนส่งผลให้เกิดเป็นอาการตาขี้เกียจและเมื่อไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องทันเวลาเด็กอาจสูญเสียการมองเห็นได้ ให้รีบสังเกตว่าเด็กมีภาวะตาขี้เกียจหรือไม่ และทำการรักษาก่อนช่วงอายุ 7 ขวบ เพราะหากรักษาหลังจากนั้นอาจได้ผลช้าลง หรืออาจสูญเสียการมองเห็นอย่างชัดเจนไปอย่างถาวร
ข้อควรสังเกตภาวะเด็กตาเหล่และวิธีการรักษา
- อาการเด็กตาเหล่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการมองเห็นในระยะยาว ดังนั้นจุดสังเกตว่าเด็กมีภาวะนี้หรือไม่ พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดและคอยสังเกตอาการของเด็กอยู่เสมอ เมื่อไหร่ที่เด็กเริ่มเพ่งมองแปลก ๆ หรือการโฟกัสผิดจุดตั้งแต่ยังเล็กให้พึงระวังอาการของโรคนี้ โดยสังเกตได้ตั้งแต่เด็กอายุ 4 เดือนเป็นต้นไป ซึ่งอยู่ในวัยที่สามารถมองเห็นได้เองแล้ว
- เด็กตาเหล่จะมองเห็นเป็นภาพซ้อนในระยะ 6 เมตรเป็นต้นไป ไม่สามารถทำการโฟกัสที่จุดเดียวกันได้ด้วยดวงตาทั้งสองข้าง โดยหากทำการปิดตาข้างหนึ่งไว้จะทำให้อีกข้างสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าใช้ดวงตาทั้งสองข้างพร้อมกันจะทำให้เกิดภาพพล่าเบลอในระยะดังกล่าว
- เมื่อสังเกตว่ามีอาการเบื้องต้นที่กล่าวมาควรรีบพาเด็กไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยให้ชัดเจนและทำการรักษาตามแนวทางการแพทย์ที่ถูกวิธี โดยมีวิธีแตกต่างกันไปเช่น การให้ยาหยอด การสวมแว่น หรือการผ่าตัด
ภาวะเด็กตาเหล่ อาจจะไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่อันตรายต่อการมองเห็น เป็นภาวะที่เกิดขึ้นแล้วพ่อแม่ต้องรีบสังเกตอาการและพฤติกรรมต่าง ๆ ของเด็กอย่างใกล้ชิด หากเด็กเริ่มมีภาวะต่าง ๆ ที่กล่าวไป ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่แน่ชัด และหากว่าเป็นก็จะได้รักษาได้เสียตั้งแต่เนิ่น ๆ

